วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2553

แบ่งปันความสำเร็จจากรุ่นพี่

>จาก kbeautiful มีความสำเร็จจากรุ่นพี่มาแบ่งปันกันค่ะ

ทุนวิจัย

หาทุนวิจัยไ่ม่ยาก จากสกว.

ทุนเรียนต่อโท ในและนอก กสิกร

ใครอยากได้ทุนเรียนต่อในและต่างประเทศ จากธ.กสิกรไทย คลิกได้เลยนะคะ
จริงๆแล้วไม่ได้ว่าง แต่สมองมันชอบแล่นตอนที่ยุ่งๆ มาต่อตอนเก่งอังกฤษ
11. อับเดทตัวเองด้วยการเข้าเวบ อับเดท ข่าวบันเทิง กีฬา เพลง ทุนการศึกษาที่เป็นของต่างประเทศ
12. chat ออนไลน์หาเพื่อน ย้ำว่า เพื่อน ต่างประเทศ msn , skype ,yahoo
13. ไปสมัครการสอบอังกฤษระดับ advance เผือ่ได้ไปนอก เช่น โทเฟล โทอิก สอบภาษาอังกฤษตามมหาวิทยาลัยต่างๆ เช่น TU-GET , CU-TEP , TEGS
14. ทำข้อสอบอังกฤษระดับ advance ขึ้นไป แล้วดูว่าตัวเองได้กี่เปอร์เซ็นใครเกิน 70% คุณเยี่ยมมาก
15. ลอง เข้าคอร์สพัฒนาตนเอง เช่น conversation กับครูฝรั่ง อย่างน้อย 1 คอร์ส พูดสนทนาธรรมดาแต่ คุณจะมีทักษะดีขึ้นเยอะ
16. ลองรวบรวมข้อมูลภาษาอังกฤษแล้วมาทำหนังสือ เป็นเล่มๆๆ ภูมิใจนิดๆ แถมประมวลความรู้ได้ดี เยี่ยม

เก่งอังกฤษ

หลายคนมักจะมีคำถามว่า ทำอย่างไรจะเก่งภาษาอังกฤษ
ขอแค่นักเรียนมีใจ อยากศึกษาภาษาอังกฤษ อยากเก่ง
ทำตามนี้แล้วจะดี ขึ้น 100% แต่ต้องทำทุกวัน วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร
1. รู้สึกดีกับภาษาอังกฤษ
2 . ไม่กลัวที่จะคุยกับฝรั่ง
3. อ่านทุกอย่างที่ขวางหน้า ที่เป็นภาษาอังกฤษ แม้แต่กระดาษหอหมากฝรั่ง ทุกอย่างล้วนแต่มีอังกฤษทั้งนั้น
4. ท่องศัพท์อังกฤษทุกวัน วันละ 5 ครั้ง ตื่นนอน หลังอาหาร 3 มื้อ และก่อนนอน
5. เวลาดูทีวี หรือหนัง หรือ วีดีคลิปที่เป็นภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นคำอุทานให้พูดตามทันที Oh! Really WOW Hi , I love you . I miss you , I want to kiss you ( อันนี้ก็XXX เกิน) ทุกครั้ง ่แล้วสำเนียงจะดีขึ้น
6. ฝรั่ง เขามักจะแสดงออกทางกาย และแววตา เพราะเป็นการแสดงความรู้สึกได้ดีกว่าคำพูด ดังนั้นอย่ากลัวที่จะมีจริตเกินจริง
7. ทำใจดีสู้บทความภาษาัอังกฤษ ยาวๆ คิดเสียว่ามันคือบทความธรรมดา แต่แค่เป็นภาษาอื่น ดังนั้น ดิกชันนารีใกล้ตัวให้หยิบมาแปล
8. อย่าเปิดดิกชันนารีคำว่า is am are take get เพราะนี้ไม่มีความหมายเฉพาะ คนที่อ่านเก่ง คนอ่านทั้งประโยคแล้วค่อยแปล ไม่ต้องเด๊ะทุกตัว แต่ ให้ไ้ด้ใจความที่ถูกต้อง ขั้นเทพกว่า อ่านทั้งบทความแล้วแปล อ่านจับใจความเจ้า
9. ข้อสอบก็ไม่ยาก อับจนด้วยปัญญา กาข้อที่ยาวๆๆ ( จากการวิจัยของผู้เขียน 70 %) จะถูก แต่ ต้องใช้ในกรณีที่คับขันเท่านั้น ใช้พร่ำเพรื่อ ความน่าจะเป็นก็จะลดลง
10. คิดเสมอว่าเราฉลาด สามารถเรียนภาษาอังกฤษ ได้ ไม่ยาก แกรมม่า ไม่ยาก แค่จับกฎของมันได้ ก็ทำได้ ใครเรียนคณิตแล้วมีสูตรลัด สามารถประยุกต์ใช้ได้กับอังกฤษ เจ้า
เบื้องต้นขอแค่ 10 ข้อก่อน แล้วจะมาต่อเจ้า

วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2552

เพลงวันคริสมาส


ช่วงนี้คงจะครึกครื้นด้วยเทศกาลปีใหม่ม้ง และวันคริสมาส หลายคนอยากได้เพลงวันคริสมาสไปเปิด ในงานต่างๆ พอมีเพลงและเวบแนะนำคะ
http://www.christmasgifts.com/music.html http://www.catholic.net/index.php?option=dedestaca&id=268&grupo=Podcast%20%20Webcast&canal=Music

ประวัติ วันคริสมาส ภาษาอังกฤษค่ะ
http://www.christmas-day.org/history-of-christmas.html

ประวัติวันคริสมาส

(Christmas หรือ X'Mas) คือ เทศกาลเฉลิมฉลองการประสูติของพระเยซู ศาสดาแห่งศาสนาคริสต์ ซึ่งตรงกับวันที่ 25 ธันวาคม พระองค์ประสูติที่เมืองเบ็ธเลเฮ็มและเติบโตที่เมืองนาซาเรท ประเทศอิสราเอลในปัจจุบัน

เป็น คำทับศัพท์ภาษา อังกฤษ Christmas มาจากคำภาษาอังกฤษโบราณว่า Christes Maesse ที่แปลว่า "บูชามิสซาของพระคริสตเจ้า" คำว่า" Christes Maesse" พบครั้งแรกในเอกสารโบราณเป็นภาษาอังกฤษในปี ค.ศ. 1038 และในปัจจุบันคำนี้ก็ได้เปลี่ยนมาเป็นคำว่า Christmas

ประวัติความเป็นมาของวันคริต์มาส : ซึ่ง เป็นวันเกิดของพระเยซูนั้น ตามหลักฐานในพระคัมภีร์บันทึกไว้ว่า พระเยซูเจ้าประสูติในสมัยที่จักรพรรดิซีซาร์ ออกุสตุส แห่งจักรวรรดิโรมัน ซึ่งทรงสั่ง ให้จดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้งแผ่นดิน โดยฝ่ายคีรีนิอัส เจ้าเมืองซีเรียก็รับนโยบายไปปฏิบัติให้มีการจดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้ง อาณาเขต แต่ในพระคัมภีร์ ไม่ได้ระบุว่า พระเยซูประสูติวัน หรือเดือนอะไร ด้านนักประวัติศาสตร์วิเคราะห์ว่า เดิมทีวันที่ 25 ธันวาคม เป็นวันที่จักรพรรดิเอาเรเลียนแห่งโรมัน กำหนดให้เป็นวันฉลองวันเกิดของสุริยะเทพ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 274 ชาวโรมันซึ่ง ส่วนใหญ่นับถือเทพเจ้าฉลองวันนี้เสมือนว่า เป็นวันฉลองของพระจักรพรรดิไปในตัวด้วย เพราะจักรพรรดิก็เปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ ที่ให้ความสว่างแก่ชีวิตมนุษย์ แต่ชาวคริสต์ที่อยู่ในจักรวรรดิโรมัน รวมถึงชาวโรมันที่เปลี่ยนไปนับถือคริสต์อึดอัดใจที่จะฉลองวันเกิดของสุริย เทพ จึงหันมาฉลองการบังเกิดของพระเยซูเจ้าแทน หลังจากที่ชาวคริสต์ถูกควบคุมเสรีภาพทางศาสนา ตั้งแต่ปี ค.ศ. 64-313 จนถึงวันที่ 25 ธันวาคม ปี ค.ศ. 330 ชาวคริสต์จึงเริ่มฉลองคริสต์มาสอย่างเป็นทางการและเปิดเผย

คำ อวยพรสำหรับเทศกาลคริสมาสใช้ คำอวยพรว่า Merry Christmas สุขสันต์วันคริสต์มาส คำว่า Merry ในภาษาอังกฤษโบราณ แปลว่า สันติสุขและความสงบทางใจ จึงเป็นคำที่ใช้อวยพรคนอื่น ขอ ให้เขาได้รับสันติสุข และความสงบทางใจ เนื่องในโอกาสเทศกาลคริสต์มาส ต่อมาคือ "เพลง" ที่ใช้เฉลิมฉลองทั้งจังหวะช้าและจังหวะสนุกสนาน ส่วนใหญ่แต่งในยุคพระราชินีวิกตอเรีย แห่งอังกฤษ (ค.ศ.1840-1900) ปัจจุบันแพร่หลายไปทั่วโลกโดยแปลเป็นภาษาต่างๆ มากมาย

1http://www.yenta4.com/webboard/upload_images/1156719_5128630.gifนักบุญ(เซนต์)นิโคลัสแห่งเมืองไมรา นักบุญองค์นี้เป็นสังฆราช ของ ไมรา มีชีวิตอยู่ในศตวรรษที่4 ได้รับการยกย่องให้เป็นซานตาคลอสคนแรก เพราะวันหนึ่งท่านปีนขึ้นไปบนหลังคาบ้านของเด็กหญิงยากจนคนหนึ่งแล้วทิ้งถุง เงินลงไปทางปล่องไฟ บังเอิญถุงเงินหล่นไปทางถุงเท้าที่เด็กหญิงแขวนตากไว้ข้างเตาผิงพอดี ซานตาครอสจริงๆแล้ว แทบจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเทศกาลนี้เลย

นัก บุญนิโคลาส เป็นนักบุญ ที่ชาวฮอลแลนด์นับถือว่าเป็นนักบุญอุปถัมภ์ของเด็กๆ เมื่อชาวฮอลแลนด์กลุ่มหนึ่งอพยพไปอยู่ในสหรัฐฯ ก็ยังรักษาประเพณีการฉลองนักบุญ นิโคลาส ในวันที่ 5 ธันวาคม ซึ่งหมายถึงนักบุญนี้จะ มาเยี่ยม เด็กๆ และเอาของขวัญมาให้ เด็กอื่นๆ ที่ไม่ใช่ลูกหลานของชาวฮอลแลนด์ที่อพยพมา ก็อยากมีส่วนร่วมในประเพณีแบบนี้บ้างเพื่อรับของขวัญ ประเพณีนี้จึงเริ่มเป็นที่รู้จักและแพร่หลายไปในอเมริกา โดย มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง คือ ชื่อนักบุญนิโคลาสก็เปลี่ยน เป็นซานตาคลอส และแทนที่จะเป็น สังฆราชซึ่งเป็นนักบุญองค์นั้นก็กลายเป็นชายแก่ที่อ้วนใส่ชุดสีแดงอาศัย อยู่ที่ขั้วโลกเหนือ มีเลื่อน เป็นยานพาหนะมีกวางเรนเดียร์ลาก และจะมาเยี่ยมเด็กทุกคนในโลกนี้ในโอกาสคริสต์มาส โดยลงมา ทางปล่องไฟของบ้าน เพื่อเอาของขวัญมาให้ เด็กเหล่านั้นตามความประพฤติ ของเขา

http://www.yenta4.com/webboard/upload_images/1156719_5131102.gif

http://www.yenta4.com/webboard/upload_images/1156719_5128610.gif

ต้น คริสต์มาสหรือต้นสนที่นำมาประดับประดาด้วยดวงไฟหลากสีสัน การตกแต่งนี้ย้อนไปในศตวรรษที่ 8 เมื่อเซนต์บอนิเฟส มิชชันนารีชาวอังกฤษที่เดินทางไปประกาศเรื่องพระเจ้าในเยอรมนี ได้ช่วยเด็กที่กำลังจะถูกฆ่าเป็นเครื่องสังเวยบูชาที่ใต้ต้นโอ๊ก โดยเมื่อโค่นต้นโอ๊กทิ้งก็ได้พบต้นสนเล็กๆ ต้นหนึ่งขึ้นอยู่โคนต้นโอ๊ก ท่านจึงขุดให้คนที่ร่วมพิธีกรรมเหล่านั้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ ของชีวิต และตั้งชื่อว่า ต้นกุมารพระคริสต์ ต่อมา มาร์ติน ลูเธอร์ ผู้นำคริสตจักรชาวเยอรมัน ตัดต้นสนไปตั้งในบ้านในเดือนธันวาคม ปีค.ศ.1540 หลังจากนั้นในศตวรรษที่ 19 ต้นคริสต์มาสจึงเริ่มแพร่ไปสู่ประเทศอังกฤษและทั่วโลก

http://www.yenta4.com/webboard/upload_images/1156719_5128614.gif

เมื่อ พระสันตะปาปาจูลีอัสที่ 1 ได้ประกาศให้วันที่ 25 ธันวาคมเป็นวันฉลองพระคริสตสมภพ (วันคริสต์มาส)ในปี นั้นเองพระองค์และสัตบุรุษ ได้พากันเดินสวดภาวนา และขับร้องไปยังตำบล เบธเลเฮม และไปยังถ้ำที่พระ เยซูเจ้าประสูติ พอไปถึงก็เป็นเวลาเที่ยงคืนพอดี พระสันตะปาปาก็ทรงถวายบูชามิซซา ณ ที่นั้น เมื่อเสร็จแล้วก็กลับมาที่พักเป็นเวลาเช้ามืดราวๆ ตี 3 พระองค์ก็ถวาย มิสซาอีกครั้ง และ สัตบุรุษเหล่านั้นก็พากันกลับ แต่ก็ยังมีสัตบุรุษหลายคนที่ไม่ได้ไป พระสันตะปาปาก็ทรงถวายบูชามิสซาอีกครั้งหนึ่งเป็นครั้งที่ 3 เพื่อสัตบุรุษเหล่านั้น ด้วยเหตุนี้เองพระ สันตะปาปาจึงทรงอนุญาตในพระสงฆ์ถวายบูชามิสซาได้ 3 ครั้ง ในวันคริสต์มาส เหมือนกับการปฏิบัติของพระองค์ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจึงมีธรรมเนียมถวายมิสซาเที่ยงคืน ในวันคริสต์มาส และพระสงฆ์ก็สามารถถวายมิสซาได้ 3 มิสซา ใน โอกาสวันคริสต์มาส

http://www.yenta4.com/webboard/upload_images/1197254_5123766.gif

http://www.yenta4.com/webboard/upload_images/1156719_5128619.gif

1ใน สมัยก่อนมีกลุ่มคริสตชนกลุ่มหนึ่งในประเทศเยอรมัน ได้เอากิ่งไม้มาประกอบ เป็นวงกลมคล้ายพวงมาลัย แล้วเอาเทียน 4 เล่ม วางไว้บนพวงมาลัยนั้น ในตอนกลางคืนของวันอาทิตย์แรกของ เทศกาลเตรียมรับเสด็จ ทุกคนในครอบครัวจะมารวมกัน ดับไฟ แล้วจุดเทียนเล่มหนึ่ง สวด ภาวนาและร้องเพลงคริสต์มาสร่วมกัน เขาจะทำดังนี้ทุก อาทิตย์จนครบ 4 อาทิตย์ก่อน คริสต์มาส ประเพณีนี้เป็นที่นิยม และแพร่หลายในที่หลายแห่ง โดยเฉพาะที่สหรัฐอเมริกาซึ่งต่อมา มีการเพิ่ม โดยเอาพวงมาลัยพร้อมกับเทียนที่จุดไว้ตรง กลาง 1 เล่มไป แขวนไว้ที่หน้าต่างเพื่อช่วย ให้คนที่ ผ่าน ไปมา ได้ระลึกถึงการเตรียมตัวรับวันคริสต์มาสที่ใกล้เข้ามา และพวงมาลัยนั้นยังเป็น สัญลักษณ์ที่คน สมัยโบราณใช้หมายถึงชัยชนะ แต่ในที่นี้หมายถึงการที่พระองค์มาบังเกิดในโลก และ ทำให้ทุกสิ่ง ทุกอย่างครบ บริบูรณ์ตามแผนการณ์ ของพระเป็นเจ้า

http://www.yenta4.com/webboard/upload_images/1156719_5128648.gif

1เพลง คริสต์มาส เริ่มมีขึ้นในศตวรรษที่ 5 ซึ่งผู้แต่งมีทั้งพระสงฆ์และฆราวาส เนื้อร้องเป็นภาษาลาติน ลักษณะของเพลงเป็นแบบสง่า เน้นถึงความหมายของการเสด็จมา ของพระเยซูเจ้า แต่ใน ศตวรรษที่ 12 ได้มีการแต่งในท่วงทำนองที่ร่าเริงสนุกสนานมากขึ้น เริ่มจากประเทศอิตาลี โดยนักบุญฟรังซิส อัสซีซี และนักบวชคณะฟรังซิสกัน เป็นผู้สนับสนุน ให้มีเพลงคริสต์มาสแบบใหม่ ซึ่งชาวบ้านชอบ คือมีท่วงทำนองที่ร่าเริงกว่า และเน้นถึงความชื่นชมยินดี ในโอกาสคริสต์มาส เพลงเหล่านี้มีทั้งที่เป็นภาษาลาติน และภาษาพื้นเมือง เพลงหนึ่งที่แต่งในสมัยนั้น (แต่งคำร้องในปี ค.ศ.1274) และยังใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน คือ เพลง Oh Come, All Ye Faithful หรือ Adeste Fideles ในภาษาลาติน เพลงคริสต์มาส ที่นิยมร้องมากที่สุดในปัจจุบันได้แต่งขึ้นในศตวรรษที่ 19 จาก ประเทศเยอรมัน และประเทศอังกฤษเป็นส่วนใหญ่ เพลงที่มีชื่อเสียงมากได้แก่ เพลง Silent Night, Holy Night ความเป็นมาของเพลงนี้คือ วันก่อนวันฉลองคริสต์มาส ของปี ค.ศ.1818 คุณพ่อ โจเซฟ โมห์ (Joseph Mohr) เจ้าอาวาสวัดที่โอเบิร์นดอฟ (Oberndorf) ประเทศออสเตรีย ได้ข่าวว่าออร์แกนในวัดเสีย ทำให้วงขับร้อง ไม่สามารถร้องเพลงตามที่ซ้อมไว้ได้ จึงมีการแต่งเพลง คริสต์มาสใหม่ นำไปเพื่อนชื่อ ฟรานซ์ กรูเบอร์ (Franz Gruber) ใส่ทำนอง ในคืนวันที่ 24 นั้นเอง สัตบุรุษวัดนี้ ก็ได้ฟังเพลง Silent Night เป็นครั้งแรก โดยมีการเล่นกีตาร์ประกอบการขับร้อง ซึ่งกลายเป็นเพลงที่นิยมมากที่สุดทั่วโลก

1โอ้ โห!!! วันคริสต์มาสเนี่ย!!! น่าสนุกจริงๆเลยนะเจ้าค่ะ ที่สำคัญ วันเนี่ย...เพื่อนๆหลายๆคนอาจจะได้ของขวัญจากเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ จากคนรัก จากพ่อ แม่ และจากใครหลายๆคนอีกด้วย....ก็ขอให้ Happy Happy ทุกคนนะเจ้าค่ะ.