วันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2555

25 เคล็ดลับความสำเร็จของ Steve Jobs



25 เคล็ดลับความสำเร็จของ Steve Jobs (หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Pixar)

เพื่อเป็นการไว้อาลัยแก่ Steve Jobs หนึ่ง ในผู้ที่เข้ามาปฏิวัติวงการ IT และยังเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง Pixar บริษัทที่ทำอนิเมชั่นที่มีชื่อเสียงของโลก  วันนี้ จขกท มี เคล็ดลับการประสบความสำเร็จของเค้ามาฝากค่ะ
"เขาว่ากันว่ามีแอ็ปเปิ้ลสามลูกที่เปลี่ยนโลกใบนี้ แอ็ปเปิ้ลลูกแรกคือ ลูกที่อดัมและอีฟกินเข้าไป แอ็ปเปิ้ลลูกที่สองคือ ลูกที่ตกใส่หัวของเซอร์ไอแซ็ค นิวทัน ทำให้เขาค้นพบแรงโน้มถ่วงของโลก และแอ็ปเปิ้ลลูกที่สาม คือ แอ็ปเปิ้ลของสตีฟ จ็อบส์"

สตีฟ จ็อบส์ อุทิศชีวิตให้กับการคิดนอกกรอบ เขาทำให้เส้นกั้นอันหนาเตอะระหว่างสุนทรีย์แห่งความงามและความกระด้างแห่ง วิศวกรรมกลายเป็นเพียงเส้นใยอันบางเบา ผลลิตทางความคิดนี้ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่พลิกโฉมหน้าอุตสาหกรรมดนตรี และขับเคลื่อนพลโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว เขาสมควรได้รับการยกย่องในฐานะนักประดิษฐ์แห่งสหัสวรรษที่สาม

ข้อคิด ดีๆ ต่อไปนี้ คือผลพวงจากการตามติดชีวิตของเขา ทั้งในยามยากและยามรุ่งโรจน์ เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการทำงาน ในชีวิตจริงเราคงอาจฝันถึงความเป็นสุดยอดเฉกเช่นเขา แต่จะเป็นจริงได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล อย่างไรก็ตามอย่างน้อยที่สุดการได้พัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นทุกวัน ก็น่าจะพอแล้ว มาปลุกวิญญาณความเป็น สตีฟ จ็อบส์ ในตัวเราด้วยกันเถอะ 

1. Beginners don’t have baggage – เริ่มอย่างไร้กังวล
เริ่มต้นเล็กแต่คิดใหญ่ ผู้ที่เพิ่งจะเริ่มต้นทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเริ่มจากศูนย์แล้วนับหนึ่ง จากเอแล้วไปบี มักเป็นคนที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ดีๆ “ผมไม่รู้คุณค่าของปรัชญานี้จนกระทั่งผมโดนเฉดหัวออกจากแอ็ปเปิ้ลครั้งแรก นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดที่เคยเกิดขึ้นกับผมเลยทีเดียว ความกดดันในความสำเร็จถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกโปร่งโล่งสบายของการเป็นผู้ ที่เพิ่งเริ่มต้น ไม่ต้องกังวลกับสิ่งใดๆ ทั้งสิ้น เป็นช่วงเวลาที่ผมมีความคิดสร้างสรรค์และมีไอเดียกระฉูดมากที่สุด”

2. Be bold – จงห้าวหาญ
สตีฟมักย้ำถึงการทำสิ่งที่ชัดเจนด้วยความกล้าและปราศจากความกลัว เขากล่าวว่า “ชีวิตคนสั้นนัก จะตายเมื่อไหร่ไม่รู้”
3. Be what’s next – มองหาสิ่งใหม่ มีสิ่งใหม่เกิดขึ้นอยู่เสมอ จงเรียนรู้ อย่าฟูมฟายกับอดีตที่จบไปแล้ว อย่าคร่ำครวญกับสิ่งที่หายไป เราควรที่จะคิดถึงสิ่งใหม่ๆในชีวิตของเราที่ยังรอการค้นพบ บางครั้งก้าวแรกอาจจะแสนยาก แต่จงเริ่มต้นทำ และความกล้าหาญจะเกิดขึ้นตามมา “ถ้าผมได้บริหารแอ็ปเปิ้ล ผมคงจะมุ่งพัฒนาให้แม็คอินทอชเป็นผลิตภัณฑ์ที่คุ้มค่าสุดๆ ด้วยการคิดค้นลูกเล่นใหม่ๆ สงครามพีซีมันจบนานแล้ว และไมโครซอฟท์คือผู้ชนะ”

4. Design by committee doesn’t work. – อย่าให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมาตัดสินชี้ชะตา
มัน เป็นเรื่องยากที่จะออกแบบอะไรซักอย่างตามความต้องการของพวกคนที่มานั่ง ประชุมกัน คนเราส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าอยากได้อะไรจริงๆ จนกว่าจะได้เห็นสิ่งนั้น”

5. Design is more than veneer – การออกแบบไม่ใช่การสร้างเปลือกนอกเพื่อห่อหุ้ม แต่มันคือสิ่งที่มีมิติและมีองค์ประกอบซ้อนกันหลายชั้น
“ใน บริบทของใครหลายคน การออกแบบเป็นแค่การสร้างเปลือกนอก เป็นแค่การตกแต่งภายใน เปรียบเสมือนผ้าหุ้มโซฟา แต่สำหรับผมแล้ว การออกแบบคือจิตวิญญาณขั้นต้นของการใช้ความคิดสร้างสรรค์ ผลิตภัณฑ์ที่มีหัวใจของการออกแบบที่ดีแสดงออกถึงพิ้นผิวของมัน ซึ่งทับซ้อนกันอยู่หลายระดับ”

6. Don’t live someone else’s life – จงใช้ชีวิตในแบบของคุณ
“ช่วง เวลาชีวิตสั้นนัก อย่าปล่อยเวลาให้เสียเปล่าด้วยการทำตามผู้อื่น อย่ายึดติดกับกฎเกณฑ์ข้อบังคับ และอย่าปล่อยใจไปตามความคิดของคนอื่น เหนือกว่าสิ่งอื่นใด ทำตามที่หัวใจคุณเรียกร้องและสัญชาตญาณ”

7. Drive to do great things – ค้นหาความทะเยอทะยานและปรารถนาที่แท้จริงของคุณให้พบ
“นึกถึงสิ่งที่เป็นไปไม่ได้และทำมันให้แตกต่างจากคนอื่น หนทางเดียวที่จะสร้างผลงานยิ่งใหญ่ได้ก็คือรักในสิ่งที่คุณทำ จงสร้างความประทับใจให้ตัวเองมิใช่ผู้อื่น”

8. Excellence is a way of life – มองหาความเป็นเลิศ
สตี ฟได้บรรลุแนวทางนี้ด้วยการนำศิลปะและวิศวกรรมมาเรียงร้อยด้วยกันอย่างลงตัว เขาได้ยกระดับของสุนทรีย์แห่งการออกแบบให้สูงขึ้น “คุณภาพและความงามคือเป้าหมายสูงสุด หลายคนมักไม่คุ้นเคยกับสภาวะการทำงานที่ต้องอาศัยความเป็นเลิศ เพราะไม่ต้องใช้มันบ่อยนัก ถึงกระนั้นความเป็นเลิศคือหัวใจสำคุญที่สุดของการทำงาน”

9. Get out of the way for the moving force – จงอย่าเป็นตัวถ่วง

สตี ฟไม่เคยเก็บคนไร้ประโยชน์เอาไว้ เขาตระหนักดีว่าคนที่ทำงานคือพวกที่สร้างประโยชน์ “หน้าที่หลักของผมคือทำให้คนที่ทำงานจริงๆ นั้นอยู่ดีมีสุข และเก็บพวกคนที่ไม่ทำงานเอาไว้ให้ห่างจากคนที่มีประโยชน์เหล่านี้”

10. If they fall in love with the company, everything else takes care of itself – มองหาคนทำงานที่มีความรักทุ่มเทให้กับองค์กร

“จริง อยู่ที่สมรรถภาพคือตัวแปรแห่งความสำเร็จ แต่คนทำงานเหล่านั้นจะรักบริษัทหรือเปล่า ผมเชื่อมั่นว่าถ้าเขารักแอ็ปเปิ้ล เขาจะนำพาแต่สิ่งที่ดีที่สุดมาสู่แอ็ปเปิ้ล ไม่ใช่ทำเพื่อตัวผมหรือตัวเองหรือใครก็ตาม”

11. It better be worth it. – ไม่ลองไม่รู้ จงทำให้ดีที่สุด อย่ามัวแต่หยุดนิ่งอยู่กับที่

“เมื่อเราได้เลือกแล้วว่าจะทำอะไร ฉะนั้นจงเชื่อว่ามันจะออกมาดีคุ้มค่าเหนื่อย”

12. It’s not the money.  It’s the impact.- เงินไม่ใช่คำตอบของชีวิต คุณค่าของเราอยู่ที่การได้ทำคุณประโยชน์ให้แก่โลก
“ผมไม่แคร์หรอกว่าจะได้นอนกอดเงินเป็นล้านอยู่ในหลุมศพ สิ่งสำคัญสำหรับผมคือการได้ระลึกถึงสิ่งดีงามที่เราได้ทำลงไปก่อนเข้านอน”

13. It’s the crazy ones who change the world – จงคิดนอกกรอบ
กล้าทำในสิ่งที่แตกต่างจากคนอื่น คนที่บ้าพอที่จะทำในสิ่งที่ไม่เหมือนใครสามารถเปลี่นแปลงโลกได้ เพราะสิ่งนั้นคือผลพวงของอัจฉริยะ

14. Innovation distinguishes between a leader and a follower.- สร้างนวัตกรรมใหม่
นวัต กรรมจะเป็นตัวชี้วัดว่าใครเป็นผู้นำ ใครเป็นผู้ตาม จ้างคนที่ต้องการทำสิ่งที่ดีที่สุดในโลกมาทำงาน ถึงแม้คุณจะมีคนทำงานเก่งกาจมากมาย คุณต้องเป็นผู้นำ ทำหน้าที่ชี้นำให้พวกเขาทำงานร่วมกันเป็นทีม “นวัตกรรมไม่ได้เกิดจากการหว่านเม็ดเงิน มันเกิดจากการใช้มันสมองของคนให้เต็มที่ด้วยการเป็นผู้นำที่ดี ตอนที่เราคิดค้นเครื่องแม็คขึ้นมา ไอบีเอ็มใช้เงินลงทุนมากกว่าเรา 100 เท่า มันอยู่ที่คนของคุณ อยู่ที่แนวทางของการนำพาคนเหล่านั้น”

15. Make people great. – เคี่ยวเข็ญคนของคุณให้เป็นคนเก่ง
“ผมจะไม่ทำตัวเหลาะแหละกับลูกน้อง หน้าที่ผมคือเขี่ยวเข็ญให้พวกเขาเก่งยิ่งขึ้นไปอีก”

16. Perseverance pays off.- ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น

สตีฟเชื่อว่า “ครึ่งหนึ่งขององค์ประกอบทั้งมวลแห่งความสำเร็จของพวกนักลงทุนทางการเงินคือความวิริยะอุตสาหะ”

17. Put your heart and soul into it – จงทำมันให้เต็มที่ เพราะเป้าหมายมีไว้พุ่งชนและพิชิต

“กุญแจสำคัญคือความไม่กลัว ทำงานด้วยหัวใจและจิตวิญญาณแห่งการบรรลุเป้าหมาย”

18. Pick your priorities carefully – ลำดับความสำคัญอย่างระมัดระวัง

การ มีไอเดียดีๆ ในหัวเป็นร้อยเรื่องคือสิ่งที่ยอดเยี่ยม แต่มันจะกลายเป็นเรื่องเยี่ยมที่สุด หากเราลำดับความสำคัญให้ดี “การเพ่งความสนใจให้กับทุกเรื่องในหัวเป็นสิ่งดี แต่นั่นไม่ใช่คำตอบแห่งความสำเร็จ ควรยึดมั่นในบางอย่างก็พอ แล้วปล่อยที่เหลือเอาไว้ก่อน อย่าเพิ่งไปสนใจ”

19. Simplicity wins – ความเรียบง่ายคืออาวุธลับและอำนาจที่จะทำให้พิชิตความสำเร็จ

“เรา ควรตรวจสอบขั้นตอนการทำงาน และขจัดความยุ่งยาก ด้วยการตั้งคำถามว่า เราจะทำให้มันเรียบง่ายมากขึ้นและแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นได้ในเวลาเดียวกันได้ หรือไม่”

20. Talent is a huge multiplier.- พรสวรรค์ทำให้เกิดการแตกหน่อ คนเก่งมักดึงคนเก่งให้มาอยู่ด้วยกัน
“ประสบการณ์ สอนผมว่า การที่เราได้คนเก่งมาร่วมงาน ทำให้องค์กรสามารถดึงคนเก่งจากที่อื่นมาร่วมงานได้มากขึ้น  ทั้งนี้โดยธรรมชาติของคนพวกนี้ มักชอบทำงานกับคนเก่งด้วยกัน”

21. Take responsibility for the complete user experience.- ความคิดเห็นจากผู้ใช้และลูกค้าคือเสียงสำคัญ
“ดี เอ็นเอของเราคือบริษัทที่คำนึงถึงผู้บริโภค เสียงตอบรับไม่ว่าดีหรือร้าย บวกหรือลบ ล้วนแล้วแต่มีบทบาทเท่ากันในการปรับปรุงการให้บริการ หน้าที่ของเราคือการรับผิดชอบต่อสิ่งที่ลูกค้าได้รับจากเรา”

22. What you don’t do defines you as much as what you do – “ผมมีความภูมิใจในสิ่งที่ยังไม่ได้ลงมือทำเท่ากับสิ่งที่ได้ทำไปแล้ว”

23. You have nothing to lose.- ไม่มีอะไรต้องเสียอีกแล้ว

ทำ ด้วยใจ สร้างผลงานอันยิ่งใหญ่ด้วยความรัก “อีกไม่กี่วันพวกเราก็ตายแล้ว ฉะนั้นอย่าไปคิดว่าเราได้สูญโอกาสไปแล้วเท่าไหร่ การคิดแบบนี้เหมือนกับดักทางความคิด ให้คิดว่าเราได้เปลือยกายจนล่อนจ้อน จะมีเหลืออยู่ก็แต่ร่างกายและหัวใจ จงทำทุกอย่างให้เต็มที่”

24. You just might be right, even if nobody listens to you. -การที่ไม่มีใครฟังคุณ ไม่ได้หมายความว่าคุณผิดสที ฟเคยเจอกับตัวเอง เลยเล่าให้ฟังงว่า “คุณรู้มั้ย ผมเคยมีแผนการวิเศษที่จะช่วยกู้ชีพแอ็ปเปิ้ลได้ มันเป็นวิธีที่สมบูรณ์แบบที่สุด แต่ผมไม่สามารถบอกใครได้ เพราะไม่มีใครยอมฟัง” อุทาหรณ์ของเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การที่ไม่มีใครฟังคุณเลย ไม่ได้หมายความว่าคุณผิด

25. Your brand is your most valuable asset – จุดยืนของตัวเองคือสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุด
นั่นคือคุณแตกต่างจากคนอื่น ทำให้คนอื่นทราบว่านี่แหละคือตัวคุณ นี่แหละคือออร่าของคุณ
“เมื่อพูดถึงแอ็ปเปิ้ล แบรนด์ของเราคือสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในสายตาผม”

เคล็ดลับความสำเร็จของคนรวยที่สุดในโลก



สมหวัง  วิทยาปัญญานนท์
 6  เมษายน  2547
Font : CordiaUPC
          เคล็ดลับของ บิล เกตส์  ที่ก้าวขึ้นมาเป็นมหาเศรษฐี 10 ประการ ดังนี้
1.  จังหวะชีวิตที่ถูกกาลเวลา
2.  หลงรักเทคโนโลยีอยู่สูงสุด
3.  บดขยี้คู่แข่งเพื่อชัยชนะในธุรกิจ
4.  เลือกจ้างคนที่มีความฉลาดหลักแหลม
5.  เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา  เพื่อความอยู่รอดของบริษัท
6.  อย่าคาดหวังว่าจะไม่มีศัตรูในธุรกิจ
7.  จะต้องเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์  และเข้าใจธุรกิจอย่างแท้จริง
8.  สร้างเครือข่ายให้ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่
9.  สร้างบรรยากาศการทำงานแบบบริษัทเล็กๆ
10.            อย่าประมาท
 

เคล็ดลับความสำเร็จของมหาเศรษฐีระดับโลก

เคล็ดลับความสำเร็จของมหาเศรษฐีระดับโลก
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 ผมเป็นคนชอบอ่านหนังสือ โดยเฉพาะหนังสือที่เกี่ยวกับชีวประวัติของบุคคลที่ประสบความสำรวจ รวมทั้งชอบอ่านหนังสือประวัติของมหาเศรษฐีระดับโลกด้วย เช่น โดนัลด์ เจ ทรัมพ์ เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ , บิล เกตส์ ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟท์ , ซึซึมิ โยชิอากิ มหาเศรษฐีชาวญี่ปุ่น , สตีฟ จ๊อบส์ ผู้ก่อตั้งแอปเปิ้ล ฯลฯ
 จากการอ่านและศึกษา ค้นคว้า ทำให้ผมได้ทราบแนวความคิดในเรื่องของความสำเร็จที่บุคคลเหล่านี้ ใช้ในการดำเนินชีวิตและใช้ในการทำธุรกิจ หากท่านมีโอกาสท่านลองตามไปอ่านหนังสือของบุคคลเหล่านี้ ท่านจะได้แง่มุมหลายๆอย่าง แต่หากท่านไม่มีเวลามากพอกระผมขอสรุปแนวความคิดของบุคคลเหล่านี้ ด้วยวาทะหรือคำพูดต่างๆของพวกเขา อาจจะทำให้ท่านจุดประกายความคิดที่ประสบความสำเร็จได้
 จงมีความปรารถนาอย่างแรงกล้า
โดนัลด์ เจ ทรัมพ์ กล่าวว่า “ แรงปรารถนา คือ สิ่งที่จำเป็นสำหรับชีวิตและเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับความสำเร็จอย่างแท้จริง หากคุณทำงานหนักโดยที่ไม่มีแรงปรารถนา คุณก็จะต้องสูญเสียพลังงานอย่างมากมายไปเปล่าๆ คุณจะต้องมีความต้องการอะไรบางอย่างที่สำคัญอยู่ด้วย”
 ดังนั้น หากบุคคลใดต้องการความสำเร็จไม่ว่าในเรื่องใด คุณต้องเพิ่มความปรารถนาอย่างแรงกล้า เข้าไป หากว่าคุณขาดแรงปรารถนาอย่างแรงกล้า ก็จะทำให้คุณขาดความกระตือรือร้น ขาดการต่อสู้ที่อยากที่จะประสบความสำเร็จ ดังนั้น ความปรารถนาอย่างแรงกล้า จึงเป็นคุณสมบัติหนึ่งของบรรดามหาเศรษฐี
 ททท.หรือทำทันที
บิล เกตส์ กล่าวว่า “ชีวิตไม่ได้แบ่งเป็นเทอม ไม่มีช่วงซัมเมอร์ แล้วเจ้านายส่วนใหญ่ก็ไม่ได้สนใจจะให้คุณปิดเทอมไปค้นหาชีวิตคุณหรอกนะ ถ้าจะไปค้นหาอะไร ทำซะเดี๋ยวนี้ด้วยเวลาที่คุณยังมี”
 ดังนั้น จง ททท.หรือทำทันที ไม่ต้องรอเวลาหรือโอกาส หากว่าต้องการความสำเร็จเมื่อมีเป้าหมาย มีการวางแผนหรือมั่นใจแล้ว จงลงมือทำทันที นี่คือคุณลักษณะหนึ่งของบุคคลที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งแตกต่างกับบุคคลธรรมดาทั่วไปที่คิดแล้ว ไม่ยอมลงมือที่จะทำ อีกทั้งยังพลัดวันประกันพรุ่งอีกด้วย
 จงฝึกฝนและเรียนรู้
ซึซึมิ โยชิอากิ มหาเศรษฐีชาวญี่ปุ่นที่ร่ำรวยที่สุดในโลกติดต่อกัน 3 ปีซ้อน (ตั้งแต่ปี พ.ศ.2530-2532) กล่าวว่า “ หากมีใครจับเอาคนอย่างมัตสิชิตะ โคโนะสุเกะ(ผู้ก่อตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าเนชั่นแนล)และฮอนด้าโซ อิจิโร(ผู้ก่อตั้งรถยี่ห้อฮอนด้า)ไปเข้าเรียนมหาวิทยาลัยโตเกียว เชื่อได้ว่า คนทั้งสองนี้ก็คงเป็นได้แต่เพียงข้าราชการธรรมดาๆ และไม่มีผลงานสร้างสรรค์นับร้อยนับพันชนิดให้คนทั่วโลกได้ใช้สอยกันเหมือน เช่นทุกวันนี้แน่”
 หมายเหตุ : คำพูดประโยคนี้เป็นคำพูดที่ ซึซึมิ โยชิอากิ สนทนาอยู่กับมัตสึชิตะ โคโนะสุเกะ ซึ่งเขาได้ตั้งสมมุติฐานที่สามารถทำให้ทุกคนหูผึ่งขึ้นมาได้
 ดังนั้น ซึซึมิ โยชิอากิ เขาจะให้ความสำคัญกับพนักงานที่จบปริญญาตรีหรือเรียนจบมัธยมปลายพอๆกัน ไม่ได้คำนึงว่าจบปริญญาตรีจะเก่งกว่ามัธยมปลาย แต่เขาจะเน้นเรื่องของการฝึกฝน อบรม บ่มเพาะตามกฏเกณฑ์ของบริษัทที่เขาวางระบบไว้ ซึซึมิ โยชิอากิ มีแนวความคิดเดียวกับ นักปราชญ์ชาวจีนที่ชื่อ สวินจื่อ ซึ่ง สวินจื่อเคยกล่าวไว้ว่า “ ฟ้า ไม่ได้แบ่งคนเป็นยอดคนกับปุถุชน ยอดคนจะปรากฏขึ้นเสมอ แต่นั้นมิใช่เพราะฟ้ากำหนด ยอดคนคือผู้ที่มาจากปุถุชนคนธรรมดาแต่เป็นผู้ที่ได้ผ่านการฝึกฝนอบรมมาแล้ว ในความจริงคนธรรมดาก็เป็นยอดคนได้ แต่ที่เขายังคงเป็นคนธรรมดาอยู่อย่างนั้นก็เพราะเขาไม่ได้ฝึกฝนและเรียนรู้ที่จะเป็นยอดคน ” จงฝึกฝนและเรียนรู้ ท่านก็สามารถประสบความสำเร็จได้
 สร้างความแตกต่าง
 สตีฟ จ๊อบส์ กล่าวว่า “ นวัตกรรมทำให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างผู้นำกับผู้ตาม”
 หากท่านเป็นคนหนึ่งที่ต้องการเป็นผู้นำ ท่านจงสร้างความแตกต่างให้แก่ ตัวเอง องค์กร สินค้า หน่วยงาน ฯลฯ ของท่าน ดังเช่น สตีฟ จ๊อบส์ ที่ได้สร้างเครื่องคอมพิวเตอร์ยี่ห้อ Apple , iPhone , iPad ,iPod ,iMac และiTunes  ถ้าท่านเป็นคนหนึ่งที่ต้องการเป็นผู้นำและประสบความสำเร็จจงอย่าหยุดที่จะเรียนรู้ อีกทั้งควรสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง
 จาก คำคมหรือแนวความคิดของบรรดามหาเศรษฐีระดับโลก เพียงแค่ประโยคเดียว กระผมคิดว่าท่านผู้อ่านคงได้จุดประกายความคิดของท่านเองได้ไม่ใช่น้อย หากท่านต้องการประสบความสำเร็จดังมหาเศรษฐีทั้ง 4 ท่าน ท่านคงต้องมีความปรารถนาอย่างแรงกล้า ท่านจะต้อง ททท.หรือทำทันที ท่านจะต้องฝึกฝนและเรียนรู้ และท่านจะต้องสร้างความแตกต่าง

ข้อคิดจากคำคมใน The secret

"Whatever you're thinking and feeling today is creating your future""อะไรก็ตามที่คุณคิดและรู้สึกในวันนี้ คือ สิ่งที่สร้างอนาคตของคุณ"



"Your thaught and you feeling create your life" "ความคิดและความรู้สึกของคุณ สร้างชีวิตคุณ" "You create your own universe as you go along" "คุณสามารถสร้างจักรวาลของคุณเองได้ ในทุกขณะที่คุณดำเนินชีวิต"



" Take the first step in faith you don't have to see the whole staircase just take the first step" "เริ่มก้าวแรกด้วยความศรัทธา คุณไม่จำเป็นต้องเห็นขั้นบันไดทั้งหมด คุณแค่เริ่มต้นที่ก้าวแรก"



"When you want to change your circumstance you must first to change your thinking" "หากคุณต้องการสิ่งที่เป็นอยู่รอบตัวคุณ คุณต้องเปลี่ยนความคิดคุณเป็นอันดับแรก"



"Imagination is everything. It is the preview of lifes coming attractions" "จิตนการคือทุกสิง มันเปรียบเสมือนภาพของชีวิต ที่กลายเป็นแรงดึงดูด"



"Whatever the mind of man can conceive, it can achieve" "อะไรก็ตาม ที่จิตใจของคนสามารถคิดได้ มันก็สามารถนำมาครอบครองได้"



"We are a creater of our universe" "พวกเราคือผู้สร้างสรรรค์จักรวาลของพวกเราเอง"



"Energy flows when attention goes" "พลังงานจะไหลลื่น เมื่อความมุ่งมั่นเกิดขึ้น"



"The relationship will really work, we need to focus on what we appriciate about the other person, not only complaining about" "ความสัมพันธ์จะดำเนินไปด้วยดี หากคุณรู้จักชื่นชมสิ่งที่คุณประทับใจบ้าง ไม่ใช่เพียงแค่การบ่น ดุด่า หรือตำหนิ"



"We can not control other people, no matter how are we try" "เราไม่สามารถควบคุมผู้อื่นได้ ไม่ว่าเราจะพยายามมากซักแค่ไหนก็ตาม"



" All power is from within and is therefore under our own control" "พลังอำนาจทั้งหมดมาจากภายใน ฉะนั้นมันควรอยู่ภายใต้การควบคุมของเรา"



" You are the designer of your destiny. You are the writher who write your story. The pen is in your hand and the outcome is whatever that you choose" "คุณคือผู้ออกแบบชะตาชีวิตของตัวคุณเอง คุณคือผู้แต่งเรื่องราวของคุณเอง ปากกาอยู่ในมือของคุณแล้ว และผลท้ายสุดที่ได้ ก็ขึ้นกับที่คุณจะเลือกเอง"

“เป็นไปไม่ได้ที่ใครจะรู้สึกแย่ ในขณะที่คิดอะไรดีๆ” … Charles Haanel



“สิ่งที่คุณต่อต้าน จะยิ่งทานทน” … Carl Jung (1875-1961)



“ไม่ว่าคุณจะคิดว่าคุณทำได้ หรือคิดว่าคุณทำไม่ได้ คุณก็คิดถูกทั้งนั้น” .. Henry Ford (1863-1947)

วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2554

การพัฒนาชุดกิจกรรมการแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบระคน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1

บทคัดย่อ ชื่อผลงาน การพัฒนาชุดกิจกรรมการแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบระคน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ผู้รายงาน นางสุทธารักษ์ ดรุณนารถ ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะครูชำนาญการ สถานศึกษา โรงเรียนดรุณวิทยา (เทศบาลบ้านสวนตาล) สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองน่าน อำเภอเมือง จังหวัดน่าน การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรม การแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบระคน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยเทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 (2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยชุดกิจกรรมการแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบระคน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 (3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบระคน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนดรุณวิทยา (เทศบาลบ้านสวนตาล) สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองน่าน อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2553 จำนวน 35 คน ได้มาโดยใช้วิธีเฉพาะเจาะจง (Purposive sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) ชุดกิจกรรมการแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบระคน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 7 ชุด 2) แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบระคน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 7 แผน 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและแบบทดสอบย่อยหลังเรียนด้วยชุดกิจกรรมจบในแต่ละชุด 4) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบระคน เก็บรวบรวมข้อมูลในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2553 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ( ) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และประสิทธิภาพของชุดกิจกรรม (E1/E2) ผลการวิจัยพบว่า 1. ชุดกิจกรรมการแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบระคน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพ 86.99/83.14 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 80/80 2. การเรียนด้วยชุดกิจกรรมการแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบระคน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ทำให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนได้คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 16.63 คิดเป็นร้อยละ 83.14 คะแนน สูงกว่าก่อนเรียนซึ่งได้คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 12.83 คิดเป็นร้อยละ 64.14 คะแนน และสูงกว่าเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนดไว้ คือไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 3. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบระคน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ อยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.76 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.15

วันอังคารที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2554

บุคคลที่ประสบความสำเร็จด้วยการ ไม่ยอมแพ้

ชายคนหนึ่งเพิ่งจะมาพูดได้ตอนอายุ 4 ขวบ
ชายคนนั้น...เพิ่งจะมาอ่านหนังสือออกตอนอายุ 8 ขวบ
ชายคนนั้น...เคยถูกไล่ออกจากโรงเรียน
ชายคนนั้น...เคยถูกปฎิเสธจากโรงเรียนอาชีวะแห่งซูริค
ชายคนนั้น...เคยถูกอาจารย์ระบุว่า
"สมองช้า ไม่ชอบสังคมและล่องลอยอยู่ในความฝันอันโง่เขลาของตัว เองตลอดเวลา"
ชายคนนั้น...ชื่อ "อัลเบิร์ต ไอสไตน์" บิดาแห่งปรมาณู

ชายคนหนึ่งเคยถูกปฎิเสธจากโรงเรียนเตรียมทหารเวสต์พอ ยต์
ชายคนนั้น...ลองสมัครใหม่ดูอีกที
ชายคนนั้น...ถูกปฎิเสธอีกครั้ง
ชายคนนั้น...พยายามเป็นครั้งที่สาม
ชายคนนั้น...ได้รับอนุญาตให้เข้าเรียน
ชายคนนั้น...ได้เป็นทหารสมใจ
ชายคนนั้น...เข้าไปอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์สงครามโลก ครั้งที่สองได้สำเร็จ
ชายคนนั้น...ชื่อ "นายพล ดักลาส แมคอาเธอร์" ผู้พิชิตแปซิฟิคแห่งสงครามโลกครั้งที่สอง

ชายกลุ่มหนึ่ง...เป็นนักดนตรี
ชายกลุ่มนั้น...เคยถูกปฎิเสธจากผุ้บริหารคนหนึ่งจากบ ริษัทเดคคาเรคคอร์ติ้ง
ชายกลุ่มนั้น...ถูกปฎิเสธด้วยเหตุผลที่ว่า "เราไม่ชอบเสียงเพลงของพวกเขา
และกลุ่มนักดนตรีที่เล่นกีตาร์กำลังจะหมดสมัยแล้ว"
ชายกลุ่มนั้น...มีนามว่า "เดอะ บีเทิลส์" สี่เต่าทองแห่งตำนาน

ชายคนหนึ่ง...เป็นนักกีฬา
ชายคนนั้น...เล่นบาสเกตบอลให้กับทีมโรงเรียนมัธยม
ชายคนนั้น...เคยถูกคัดออกจากทีมโรงเรียน
ชายคนนั้น...ชื่อ "ไมเคิล จอร์แดน" หนึ่งในนักกีฬาบาสเกตบอลที่ทำเงินมากที่สุดในโลก

ชายคนหนึ่ง...เป็นนักแต่งเพลงชาวเยอรมัน
ชายคนนั้น...สูญเสียความสามารถในการฟังลงเรื่อยๆ
ชายคนนั้น...หูหนวกสนิทเมื่อมีอายุได้ 46 ปี
ชายคนนั้น...ได้ใช้ช่วงเวลาบั้นปลายชีวิตประพันธ์เพล งที่ยอดเยี่ยมที่สุด
ชายคนนั้น...ชื่อ "ลุดวิก ฟาน บีโธเฟน" นักประพันธ์เพลงชื่อก้องโลก

ชายคนหนึ่งสอบตกประถม 6
ชายคนนั้น...เคยมีชีวิตที่พ่ายแพ้และล้มเหลวมาตลอด
ชายคนนั้น...ล้วนทำประโยชน์ครั้งใหญ่ๆเมื่อเขากลายเป็นผู้สูงอายุแล้ว
ชายคนนั้น...ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอังกฤษเมื่ออายุ 62 ปี
ชายคนนั้น...ชื่อ "วินสตัน เชอร์ชิล" อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ

ชายคนหนึ่งเรียนปริญญาตรี
ชายคนนั้น...เคยถูกจัดให้เป็นแค่นักศึกษาระดับกลางเท่านั้น
ชายคนนั้น...เคยสอบได้อันดับที่ 15 จากนักศึกษา 22 คนในวิชาเคมี
ชายคนนั้น...ชื่อ "หลุยส์ ปาสเตอร์"

ชายคนหนึ่งเป็นนักร้อง
ชายคนนั้น...เคยถูกผู้จัดการของ แกรนด์โอเลโอเพรย์ไล่ออก
ชายคนนั้น...เคยโดนดูถูกว่า "แกมันไปไม่ถึงไหนเลย แกควรกลับไปขับรถบรรทุกมากกว่า"
ชายคนนั้น...ชื่อ "เอลวิส เพรสลีย์"

หญิงคนหนึ่งเป็นนางแบบผู้เปี่ยมไปด้วยความหวัง
หญิงคนนั้น...ทำงานให้กับบริษัทบลูบุ๊คโมเดลลิ่งเอเจ นซี่
หญิงคนนั้น...เคยโดนผู้อำนวยการบริษัท บลูบุ๊คโมเดลลิ่งเอเจนซี่ดูถูกว่า
"เธอควรไปเรียนด้านเลขาฯ หรือไม่ก็แต่งงานเสียดีกว่า"
หญิงคนนั้น...ชื่อ นอร์มา จีน เบเกอร์ หรือที่รู้จักกันในนาม "มาริลีน มอนโร" นั่นเอง

ชายคนหนึ่ง หลงใหลวิชาการเงินอย่างมาก
ชายคนนั้น...ยื่นใบสมัครกับมหาวิทยาลัยธุรกิจฮาวาร์ด อันเลื่องชื่อ
ชายคนนั้น...ถูกปฎิเสธในเวลาต่อมา
ชายคนนั้น...ไม่ยอมแพ้ เดินหน้าเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยธุรกิจโคลัมเบีย
ชายคนนั้น...สำเร็จการศึกษา
ชายคนนั้น...ปัจจุบันมีสินทรัพย์รวมกว่า 44,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จากเงินลงทุนเพียง 100 เหรียญสหรัฐ
ชายคนนั้น...ชื่อ "วอเรน บัฟเฟตต์" นักลงทุนอัจฉริยะ อภิมหาเศรษฐีอันดับสองของโลก

ชายคนหนึ่ง หลงใหลในคอมพิวเตอร์อย่างมาก
ชายคนนั้น...ชอบหมกตัวกับคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ
ชายคนนั้น...ถูกเพื่อนมองว่า "สกปรก - บ้าคอมพิวเตอร์"
ชายคนนั้น...เคยเสนอซอฟแวร์ระบบให้กับ แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์
ชายคนนั้น...ถูกปฎิเสธอย่างไม่ใยดี
ชายคนนั้น...ปัจจุบันคือผู้ให้การช่วยเหลือด้านเงินท ุนกับ แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์
ชายคนนั้น...เคยถูก ไอบีเอ็ม มองว่า "แค่เด็ก"
ชายคนนั้น...ปัจจุบันเป็นผู้นำบริษัทซอฟแวร์ที่ทรงอิ ทธิพลมากที่สุดในโลก
ชาย คนนั้น...ชื่อ วิลเลี่ ยม เฮนรี่ เกตส์ ที่สาม หรือที่รู้จักกันในนาม "บิลล์ เกตส์" ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟต์ มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก ผู้ถือครองสินทรัพย์กว่า 46,000 ล้านเหรียญ


ผมเชื่อว่าทุกคนเคยแพ้ ผมเชื่อว่าทุกคนเคยล้มเหลว

แต่คนแพ้ไม่ใช่คนที่ล้มเหลว

คนล้มเหลวคือ...คนที่ล้มเลิกต่างหาก

ลักษณะ 15 ประการของบุคคลที่ประสบความสำเร็จ

ลักษณะ 15 ประการของบุคคลที่ประสบความสำเร็จ
1. คนที่ประสบความสำเร็จเป็นคนที่มีความฝัน
พวกเขามีเป้าหมายและวัตถุ ประสงค์ที่ชัดเจน มีความมุ่งมั่น เต็มไปด้วยไอเดีย มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะประสบความสำเร็จ และพร้อมที่จะลองทำในสิ่งที่คนอื่นไม่สามารถทำได้
ข้อควรจำ คนที่จะสามารถประสบความสำเร็จในชีวิตคือคนที่มุ่งมั่นทำงานให้สัมฤทธิ์ผล ไม่ใช่คอยแต่หาคำแก้ตัว
2. คนที่ประสบความสำเร็จเป็นคนที่มีความทะเยอทะยาน
พวก เขามีความต้องการที่จะทำงานให้สำเร็จลุล่วง มีความกระตือรือร้น มีความรับผิดชอบ และมีความภาคภูมิใจในตนเอง พวกเขาพร้อมที่จะทำงานหนักเกินพิกัด และมีไฟที่จะมองหาความสำเร็จ
ข้อควรจำ การทำงานหนักย่อมนำมาซึ่งผลงานที่น่าพอใจ ความสุขในชีวิตสามารถหาได้จากการบรรลุเป้าหมายของงานที่วางไว้
3. คนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่มีแรงบันดาลใจ
พวกเขาจะมีความพึงพอใจอย่างมากเมื่อเห็นเป้าหมายหลักที่ตั้งไว้บรรลุผล
4. คนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่มีโฟกัสที่ชัดเจน
พวก เขามีสมาธิจดจ่อกับการทำงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ พยายามทำโครงการสำคัญให้เสร็จสิ้นโดยไม่ผัดผ่อนจนนาทีสุดท้าย เป็นคนที่สามารถผลิตผลงานออกมาได้จริง มิใช่แค่ดูยุ่งตลอดเวลา
5. คนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่เรียนรู้ว่าจะทำอย่างไรให้งานเสร็จสิ้นลงได้
พวกเขามีความมุ่งมั่นที่จะทำงานหนัก และมีความรับผิดชอบในการทำงานให้สำเร็จโดยไม่วอกแวกหรือเสียสมาธิ
ข้อควรจำ ความสุขพึงมาจากการได้ทำงานและผลักดันให้งานนั่นประสบความสำเร็จ ไม่ใช่เกิดจากความรู้สึกเป็นเจ้าของโครงการนั้น ๆ
6. คนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่รับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง

พวกเขาไม่หาข้อแก้ตัวใด ๆ ไม่กล่าวโทษผู้อื่น ไม่โวยวายหรือพร่ำบ่นเมื่อมีความผิดพลาดเกิดขึ้น
7. คนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่มองหาทางออกให้กับปัญหา
พวกเขามองหาโอกาสใหม่ ๆ ตลอดเวลาและพยายามนำโอกาสนั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์
8. คนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่มีความสามารถในการตัดสินใจ
หลังจากศึกษาข้อมูลและองค์ประกอบอื่น ๆ อย่างถี่ถ้วนแล้ว พวกเขาจะตัดสินใจทันที
เคล็ด ลับสู่ความสำเร็จ เปลี่ยนวิธีการจัดการกับปัญหานั้นหากผลที่ได้ไม่เป็นไปตามคาด สิ่งที่ตัดสินใจไปแล้วไม่ใช่สิ่งที่สลักบนหินผา ดังนั้นย่อมเป็นสิ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
9. คนที่ประสบความสำเร็จคือคนทีมีความกล้าหาญในการยอมรับผิด
เมื่อคุณพลาด จงยอมรับ แก้ไขความผิดพลาดนั้น และก้าวต่อไป อย่าเสียเวลาหรือพลังงานมากมายในการพยายามปกป้องความผิด
ข้อ ควรจำ คนเรามักยอมรับกับตนเองในสิ่งที่พลาดไป และอาจจะยอมรับกับคนอื่นด้วยหากได้รับการปฏิบัติที่ดีและสุภาพ แต่เรามักจะมีปฏิกิริยาต่อต้านหากคนอื่นพยายามตอกย้ำความผิดพลาดนั้นต่อหน้า เรา
10. คนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่สามารถยืนได้ด้วยตนเอง
พวกเขามีทักษะ มีพรสวรรค์และได้รับการฝึกฝนอย่างดี
11. คนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่มีความรู้ ทักษะ หรือความสามารถพิเศษ
พวกเขารู้ในสิ่งที่ควรรู้เพื่อให้ตนเองประสบความสำเร็จ หากไม่มีข้อมูลหรือความรู้ใด พวกเขาจะมองหาคนที่มีสิ่งเหล่านี้
12. คนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้
พวก เขาเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี กล้าแสดงออกและมีความเป็นกันเอง เขามักจะเป็นศูนย์กลางของคนที่พร้อมจะให้ความช่วยเหลือและกำลังใจ ดังนั้น เขาจึงเป็นผู้นำ
13. คนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่มีความกระตือรือร้น
พวกเขามีไฟและกระตือรือร้นที่จะทำงานตลอดเวลา ซึ่งเป็นแรงดึงดูดให้ผู้คนอยากทำงานด้วย
14. คนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่ไม่เคยสาย

ความ สำเร็จก่อให้เกิดความกระตือรือร้น ความกระตือรือร้นนำไปสู่ความปรารถนาที่อยากจะทำงานให้เสร็จตรงตามเวลา คนที่ประสบความสำเร็จมักปรากฏตัวตรงเวลาและเคารพเวลาของผู้อื่น
15. คนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่รู้จักวางแผนการใช้เวลา
เวลา เป็นสิ่งมีค่า ดังนั้นคนที่ประสบความสำเร็จจึงรู้ว่าจะบริหารเวลาในแต่ละวันอย่างไรให้มี ประสิทธิภาพสูงสุด พวกเขาสามารถรักษาสมดุลระหว่างเวลาทำงาน เวลาที่มีให้กับครอบครัวและเพื่อนฝูง
ข้อควรจำ จะประสบความสำเร็จหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับใจเรา คุณต้องเชื่อก่อนว่าตัวคุณจะประสบความสำเร็จ คุณถึงจะทำได้จริง
ถามตัวคุณเองว่า “คุณชอบจะอยู่กับนิสัยสบาย ๆ ของคุณ หรือชอบผลสำเร็จที่หอมหวาน”