วันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2555

เคล็ดลับความสำเร็จของมหาเศรษฐีระดับโลก

เคล็ดลับความสำเร็จของมหาเศรษฐีระดับโลก
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 ผมเป็นคนชอบอ่านหนังสือ โดยเฉพาะหนังสือที่เกี่ยวกับชีวประวัติของบุคคลที่ประสบความสำรวจ รวมทั้งชอบอ่านหนังสือประวัติของมหาเศรษฐีระดับโลกด้วย เช่น โดนัลด์ เจ ทรัมพ์ เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ , บิล เกตส์ ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟท์ , ซึซึมิ โยชิอากิ มหาเศรษฐีชาวญี่ปุ่น , สตีฟ จ๊อบส์ ผู้ก่อตั้งแอปเปิ้ล ฯลฯ
 จากการอ่านและศึกษา ค้นคว้า ทำให้ผมได้ทราบแนวความคิดในเรื่องของความสำเร็จที่บุคคลเหล่านี้ ใช้ในการดำเนินชีวิตและใช้ในการทำธุรกิจ หากท่านมีโอกาสท่านลองตามไปอ่านหนังสือของบุคคลเหล่านี้ ท่านจะได้แง่มุมหลายๆอย่าง แต่หากท่านไม่มีเวลามากพอกระผมขอสรุปแนวความคิดของบุคคลเหล่านี้ ด้วยวาทะหรือคำพูดต่างๆของพวกเขา อาจจะทำให้ท่านจุดประกายความคิดที่ประสบความสำเร็จได้
 จงมีความปรารถนาอย่างแรงกล้า
โดนัลด์ เจ ทรัมพ์ กล่าวว่า “ แรงปรารถนา คือ สิ่งที่จำเป็นสำหรับชีวิตและเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับความสำเร็จอย่างแท้จริง หากคุณทำงานหนักโดยที่ไม่มีแรงปรารถนา คุณก็จะต้องสูญเสียพลังงานอย่างมากมายไปเปล่าๆ คุณจะต้องมีความต้องการอะไรบางอย่างที่สำคัญอยู่ด้วย”
 ดังนั้น หากบุคคลใดต้องการความสำเร็จไม่ว่าในเรื่องใด คุณต้องเพิ่มความปรารถนาอย่างแรงกล้า เข้าไป หากว่าคุณขาดแรงปรารถนาอย่างแรงกล้า ก็จะทำให้คุณขาดความกระตือรือร้น ขาดการต่อสู้ที่อยากที่จะประสบความสำเร็จ ดังนั้น ความปรารถนาอย่างแรงกล้า จึงเป็นคุณสมบัติหนึ่งของบรรดามหาเศรษฐี
 ททท.หรือทำทันที
บิล เกตส์ กล่าวว่า “ชีวิตไม่ได้แบ่งเป็นเทอม ไม่มีช่วงซัมเมอร์ แล้วเจ้านายส่วนใหญ่ก็ไม่ได้สนใจจะให้คุณปิดเทอมไปค้นหาชีวิตคุณหรอกนะ ถ้าจะไปค้นหาอะไร ทำซะเดี๋ยวนี้ด้วยเวลาที่คุณยังมี”
 ดังนั้น จง ททท.หรือทำทันที ไม่ต้องรอเวลาหรือโอกาส หากว่าต้องการความสำเร็จเมื่อมีเป้าหมาย มีการวางแผนหรือมั่นใจแล้ว จงลงมือทำทันที นี่คือคุณลักษณะหนึ่งของบุคคลที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งแตกต่างกับบุคคลธรรมดาทั่วไปที่คิดแล้ว ไม่ยอมลงมือที่จะทำ อีกทั้งยังพลัดวันประกันพรุ่งอีกด้วย
 จงฝึกฝนและเรียนรู้
ซึซึมิ โยชิอากิ มหาเศรษฐีชาวญี่ปุ่นที่ร่ำรวยที่สุดในโลกติดต่อกัน 3 ปีซ้อน (ตั้งแต่ปี พ.ศ.2530-2532) กล่าวว่า “ หากมีใครจับเอาคนอย่างมัตสิชิตะ โคโนะสุเกะ(ผู้ก่อตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าเนชั่นแนล)และฮอนด้าโซ อิจิโร(ผู้ก่อตั้งรถยี่ห้อฮอนด้า)ไปเข้าเรียนมหาวิทยาลัยโตเกียว เชื่อได้ว่า คนทั้งสองนี้ก็คงเป็นได้แต่เพียงข้าราชการธรรมดาๆ และไม่มีผลงานสร้างสรรค์นับร้อยนับพันชนิดให้คนทั่วโลกได้ใช้สอยกันเหมือน เช่นทุกวันนี้แน่”
 หมายเหตุ : คำพูดประโยคนี้เป็นคำพูดที่ ซึซึมิ โยชิอากิ สนทนาอยู่กับมัตสึชิตะ โคโนะสุเกะ ซึ่งเขาได้ตั้งสมมุติฐานที่สามารถทำให้ทุกคนหูผึ่งขึ้นมาได้
 ดังนั้น ซึซึมิ โยชิอากิ เขาจะให้ความสำคัญกับพนักงานที่จบปริญญาตรีหรือเรียนจบมัธยมปลายพอๆกัน ไม่ได้คำนึงว่าจบปริญญาตรีจะเก่งกว่ามัธยมปลาย แต่เขาจะเน้นเรื่องของการฝึกฝน อบรม บ่มเพาะตามกฏเกณฑ์ของบริษัทที่เขาวางระบบไว้ ซึซึมิ โยชิอากิ มีแนวความคิดเดียวกับ นักปราชญ์ชาวจีนที่ชื่อ สวินจื่อ ซึ่ง สวินจื่อเคยกล่าวไว้ว่า “ ฟ้า ไม่ได้แบ่งคนเป็นยอดคนกับปุถุชน ยอดคนจะปรากฏขึ้นเสมอ แต่นั้นมิใช่เพราะฟ้ากำหนด ยอดคนคือผู้ที่มาจากปุถุชนคนธรรมดาแต่เป็นผู้ที่ได้ผ่านการฝึกฝนอบรมมาแล้ว ในความจริงคนธรรมดาก็เป็นยอดคนได้ แต่ที่เขายังคงเป็นคนธรรมดาอยู่อย่างนั้นก็เพราะเขาไม่ได้ฝึกฝนและเรียนรู้ที่จะเป็นยอดคน ” จงฝึกฝนและเรียนรู้ ท่านก็สามารถประสบความสำเร็จได้
 สร้างความแตกต่าง
 สตีฟ จ๊อบส์ กล่าวว่า “ นวัตกรรมทำให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างผู้นำกับผู้ตาม”
 หากท่านเป็นคนหนึ่งที่ต้องการเป็นผู้นำ ท่านจงสร้างความแตกต่างให้แก่ ตัวเอง องค์กร สินค้า หน่วยงาน ฯลฯ ของท่าน ดังเช่น สตีฟ จ๊อบส์ ที่ได้สร้างเครื่องคอมพิวเตอร์ยี่ห้อ Apple , iPhone , iPad ,iPod ,iMac และiTunes  ถ้าท่านเป็นคนหนึ่งที่ต้องการเป็นผู้นำและประสบความสำเร็จจงอย่าหยุดที่จะเรียนรู้ อีกทั้งควรสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง
 จาก คำคมหรือแนวความคิดของบรรดามหาเศรษฐีระดับโลก เพียงแค่ประโยคเดียว กระผมคิดว่าท่านผู้อ่านคงได้จุดประกายความคิดของท่านเองได้ไม่ใช่น้อย หากท่านต้องการประสบความสำเร็จดังมหาเศรษฐีทั้ง 4 ท่าน ท่านคงต้องมีความปรารถนาอย่างแรงกล้า ท่านจะต้อง ททท.หรือทำทันที ท่านจะต้องฝึกฝนและเรียนรู้ และท่านจะต้องสร้างความแตกต่าง

ข้อคิดจากคำคมใน The secret

"Whatever you're thinking and feeling today is creating your future""อะไรก็ตามที่คุณคิดและรู้สึกในวันนี้ คือ สิ่งที่สร้างอนาคตของคุณ"



"Your thaught and you feeling create your life" "ความคิดและความรู้สึกของคุณ สร้างชีวิตคุณ" "You create your own universe as you go along" "คุณสามารถสร้างจักรวาลของคุณเองได้ ในทุกขณะที่คุณดำเนินชีวิต"



" Take the first step in faith you don't have to see the whole staircase just take the first step" "เริ่มก้าวแรกด้วยความศรัทธา คุณไม่จำเป็นต้องเห็นขั้นบันไดทั้งหมด คุณแค่เริ่มต้นที่ก้าวแรก"



"When you want to change your circumstance you must first to change your thinking" "หากคุณต้องการสิ่งที่เป็นอยู่รอบตัวคุณ คุณต้องเปลี่ยนความคิดคุณเป็นอันดับแรก"



"Imagination is everything. It is the preview of lifes coming attractions" "จิตนการคือทุกสิง มันเปรียบเสมือนภาพของชีวิต ที่กลายเป็นแรงดึงดูด"



"Whatever the mind of man can conceive, it can achieve" "อะไรก็ตาม ที่จิตใจของคนสามารถคิดได้ มันก็สามารถนำมาครอบครองได้"



"We are a creater of our universe" "พวกเราคือผู้สร้างสรรรค์จักรวาลของพวกเราเอง"



"Energy flows when attention goes" "พลังงานจะไหลลื่น เมื่อความมุ่งมั่นเกิดขึ้น"



"The relationship will really work, we need to focus on what we appriciate about the other person, not only complaining about" "ความสัมพันธ์จะดำเนินไปด้วยดี หากคุณรู้จักชื่นชมสิ่งที่คุณประทับใจบ้าง ไม่ใช่เพียงแค่การบ่น ดุด่า หรือตำหนิ"



"We can not control other people, no matter how are we try" "เราไม่สามารถควบคุมผู้อื่นได้ ไม่ว่าเราจะพยายามมากซักแค่ไหนก็ตาม"



" All power is from within and is therefore under our own control" "พลังอำนาจทั้งหมดมาจากภายใน ฉะนั้นมันควรอยู่ภายใต้การควบคุมของเรา"



" You are the designer of your destiny. You are the writher who write your story. The pen is in your hand and the outcome is whatever that you choose" "คุณคือผู้ออกแบบชะตาชีวิตของตัวคุณเอง คุณคือผู้แต่งเรื่องราวของคุณเอง ปากกาอยู่ในมือของคุณแล้ว และผลท้ายสุดที่ได้ ก็ขึ้นกับที่คุณจะเลือกเอง"

“เป็นไปไม่ได้ที่ใครจะรู้สึกแย่ ในขณะที่คิดอะไรดีๆ” … Charles Haanel



“สิ่งที่คุณต่อต้าน จะยิ่งทานทน” … Carl Jung (1875-1961)



“ไม่ว่าคุณจะคิดว่าคุณทำได้ หรือคิดว่าคุณทำไม่ได้ คุณก็คิดถูกทั้งนั้น” .. Henry Ford (1863-1947)

วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2554

การพัฒนาชุดกิจกรรมการแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบระคน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1

บทคัดย่อ ชื่อผลงาน การพัฒนาชุดกิจกรรมการแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบระคน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ผู้รายงาน นางสุทธารักษ์ ดรุณนารถ ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะครูชำนาญการ สถานศึกษา โรงเรียนดรุณวิทยา (เทศบาลบ้านสวนตาล) สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองน่าน อำเภอเมือง จังหวัดน่าน การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรม การแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบระคน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยเทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 (2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยชุดกิจกรรมการแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบระคน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 (3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบระคน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนดรุณวิทยา (เทศบาลบ้านสวนตาล) สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองน่าน อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2553 จำนวน 35 คน ได้มาโดยใช้วิธีเฉพาะเจาะจง (Purposive sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) ชุดกิจกรรมการแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบระคน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 7 ชุด 2) แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบระคน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 7 แผน 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและแบบทดสอบย่อยหลังเรียนด้วยชุดกิจกรรมจบในแต่ละชุด 4) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบระคน เก็บรวบรวมข้อมูลในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2553 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ( ) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และประสิทธิภาพของชุดกิจกรรม (E1/E2) ผลการวิจัยพบว่า 1. ชุดกิจกรรมการแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบระคน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพ 86.99/83.14 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 80/80 2. การเรียนด้วยชุดกิจกรรมการแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบระคน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ทำให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนได้คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 16.63 คิดเป็นร้อยละ 83.14 คะแนน สูงกว่าก่อนเรียนซึ่งได้คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 12.83 คิดเป็นร้อยละ 64.14 คะแนน และสูงกว่าเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนดไว้ คือไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 3. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบระคน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ อยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.76 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.15

วันอังคารที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2554

บุคคลที่ประสบความสำเร็จด้วยการ ไม่ยอมแพ้

ชายคนหนึ่งเพิ่งจะมาพูดได้ตอนอายุ 4 ขวบ
ชายคนนั้น...เพิ่งจะมาอ่านหนังสือออกตอนอายุ 8 ขวบ
ชายคนนั้น...เคยถูกไล่ออกจากโรงเรียน
ชายคนนั้น...เคยถูกปฎิเสธจากโรงเรียนอาชีวะแห่งซูริค
ชายคนนั้น...เคยถูกอาจารย์ระบุว่า
"สมองช้า ไม่ชอบสังคมและล่องลอยอยู่ในความฝันอันโง่เขลาของตัว เองตลอดเวลา"
ชายคนนั้น...ชื่อ "อัลเบิร์ต ไอสไตน์" บิดาแห่งปรมาณู

ชายคนหนึ่งเคยถูกปฎิเสธจากโรงเรียนเตรียมทหารเวสต์พอ ยต์
ชายคนนั้น...ลองสมัครใหม่ดูอีกที
ชายคนนั้น...ถูกปฎิเสธอีกครั้ง
ชายคนนั้น...พยายามเป็นครั้งที่สาม
ชายคนนั้น...ได้รับอนุญาตให้เข้าเรียน
ชายคนนั้น...ได้เป็นทหารสมใจ
ชายคนนั้น...เข้าไปอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์สงครามโลก ครั้งที่สองได้สำเร็จ
ชายคนนั้น...ชื่อ "นายพล ดักลาส แมคอาเธอร์" ผู้พิชิตแปซิฟิคแห่งสงครามโลกครั้งที่สอง

ชายกลุ่มหนึ่ง...เป็นนักดนตรี
ชายกลุ่มนั้น...เคยถูกปฎิเสธจากผุ้บริหารคนหนึ่งจากบ ริษัทเดคคาเรคคอร์ติ้ง
ชายกลุ่มนั้น...ถูกปฎิเสธด้วยเหตุผลที่ว่า "เราไม่ชอบเสียงเพลงของพวกเขา
และกลุ่มนักดนตรีที่เล่นกีตาร์กำลังจะหมดสมัยแล้ว"
ชายกลุ่มนั้น...มีนามว่า "เดอะ บีเทิลส์" สี่เต่าทองแห่งตำนาน

ชายคนหนึ่ง...เป็นนักกีฬา
ชายคนนั้น...เล่นบาสเกตบอลให้กับทีมโรงเรียนมัธยม
ชายคนนั้น...เคยถูกคัดออกจากทีมโรงเรียน
ชายคนนั้น...ชื่อ "ไมเคิล จอร์แดน" หนึ่งในนักกีฬาบาสเกตบอลที่ทำเงินมากที่สุดในโลก

ชายคนหนึ่ง...เป็นนักแต่งเพลงชาวเยอรมัน
ชายคนนั้น...สูญเสียความสามารถในการฟังลงเรื่อยๆ
ชายคนนั้น...หูหนวกสนิทเมื่อมีอายุได้ 46 ปี
ชายคนนั้น...ได้ใช้ช่วงเวลาบั้นปลายชีวิตประพันธ์เพล งที่ยอดเยี่ยมที่สุด
ชายคนนั้น...ชื่อ "ลุดวิก ฟาน บีโธเฟน" นักประพันธ์เพลงชื่อก้องโลก

ชายคนหนึ่งสอบตกประถม 6
ชายคนนั้น...เคยมีชีวิตที่พ่ายแพ้และล้มเหลวมาตลอด
ชายคนนั้น...ล้วนทำประโยชน์ครั้งใหญ่ๆเมื่อเขากลายเป็นผู้สูงอายุแล้ว
ชายคนนั้น...ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอังกฤษเมื่ออายุ 62 ปี
ชายคนนั้น...ชื่อ "วินสตัน เชอร์ชิล" อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ

ชายคนหนึ่งเรียนปริญญาตรี
ชายคนนั้น...เคยถูกจัดให้เป็นแค่นักศึกษาระดับกลางเท่านั้น
ชายคนนั้น...เคยสอบได้อันดับที่ 15 จากนักศึกษา 22 คนในวิชาเคมี
ชายคนนั้น...ชื่อ "หลุยส์ ปาสเตอร์"

ชายคนหนึ่งเป็นนักร้อง
ชายคนนั้น...เคยถูกผู้จัดการของ แกรนด์โอเลโอเพรย์ไล่ออก
ชายคนนั้น...เคยโดนดูถูกว่า "แกมันไปไม่ถึงไหนเลย แกควรกลับไปขับรถบรรทุกมากกว่า"
ชายคนนั้น...ชื่อ "เอลวิส เพรสลีย์"

หญิงคนหนึ่งเป็นนางแบบผู้เปี่ยมไปด้วยความหวัง
หญิงคนนั้น...ทำงานให้กับบริษัทบลูบุ๊คโมเดลลิ่งเอเจ นซี่
หญิงคนนั้น...เคยโดนผู้อำนวยการบริษัท บลูบุ๊คโมเดลลิ่งเอเจนซี่ดูถูกว่า
"เธอควรไปเรียนด้านเลขาฯ หรือไม่ก็แต่งงานเสียดีกว่า"
หญิงคนนั้น...ชื่อ นอร์มา จีน เบเกอร์ หรือที่รู้จักกันในนาม "มาริลีน มอนโร" นั่นเอง

ชายคนหนึ่ง หลงใหลวิชาการเงินอย่างมาก
ชายคนนั้น...ยื่นใบสมัครกับมหาวิทยาลัยธุรกิจฮาวาร์ด อันเลื่องชื่อ
ชายคนนั้น...ถูกปฎิเสธในเวลาต่อมา
ชายคนนั้น...ไม่ยอมแพ้ เดินหน้าเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยธุรกิจโคลัมเบีย
ชายคนนั้น...สำเร็จการศึกษา
ชายคนนั้น...ปัจจุบันมีสินทรัพย์รวมกว่า 44,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จากเงินลงทุนเพียง 100 เหรียญสหรัฐ
ชายคนนั้น...ชื่อ "วอเรน บัฟเฟตต์" นักลงทุนอัจฉริยะ อภิมหาเศรษฐีอันดับสองของโลก

ชายคนหนึ่ง หลงใหลในคอมพิวเตอร์อย่างมาก
ชายคนนั้น...ชอบหมกตัวกับคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ
ชายคนนั้น...ถูกเพื่อนมองว่า "สกปรก - บ้าคอมพิวเตอร์"
ชายคนนั้น...เคยเสนอซอฟแวร์ระบบให้กับ แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์
ชายคนนั้น...ถูกปฎิเสธอย่างไม่ใยดี
ชายคนนั้น...ปัจจุบันคือผู้ให้การช่วยเหลือด้านเงินท ุนกับ แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์
ชายคนนั้น...เคยถูก ไอบีเอ็ม มองว่า "แค่เด็ก"
ชายคนนั้น...ปัจจุบันเป็นผู้นำบริษัทซอฟแวร์ที่ทรงอิ ทธิพลมากที่สุดในโลก
ชาย คนนั้น...ชื่อ วิลเลี่ ยม เฮนรี่ เกตส์ ที่สาม หรือที่รู้จักกันในนาม "บิลล์ เกตส์" ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟต์ มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก ผู้ถือครองสินทรัพย์กว่า 46,000 ล้านเหรียญ


ผมเชื่อว่าทุกคนเคยแพ้ ผมเชื่อว่าทุกคนเคยล้มเหลว

แต่คนแพ้ไม่ใช่คนที่ล้มเหลว

คนล้มเหลวคือ...คนที่ล้มเลิกต่างหาก

ลักษณะ 15 ประการของบุคคลที่ประสบความสำเร็จ

ลักษณะ 15 ประการของบุคคลที่ประสบความสำเร็จ
1. คนที่ประสบความสำเร็จเป็นคนที่มีความฝัน
พวกเขามีเป้าหมายและวัตถุ ประสงค์ที่ชัดเจน มีความมุ่งมั่น เต็มไปด้วยไอเดีย มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะประสบความสำเร็จ และพร้อมที่จะลองทำในสิ่งที่คนอื่นไม่สามารถทำได้
ข้อควรจำ คนที่จะสามารถประสบความสำเร็จในชีวิตคือคนที่มุ่งมั่นทำงานให้สัมฤทธิ์ผล ไม่ใช่คอยแต่หาคำแก้ตัว
2. คนที่ประสบความสำเร็จเป็นคนที่มีความทะเยอทะยาน
พวก เขามีความต้องการที่จะทำงานให้สำเร็จลุล่วง มีความกระตือรือร้น มีความรับผิดชอบ และมีความภาคภูมิใจในตนเอง พวกเขาพร้อมที่จะทำงานหนักเกินพิกัด และมีไฟที่จะมองหาความสำเร็จ
ข้อควรจำ การทำงานหนักย่อมนำมาซึ่งผลงานที่น่าพอใจ ความสุขในชีวิตสามารถหาได้จากการบรรลุเป้าหมายของงานที่วางไว้
3. คนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่มีแรงบันดาลใจ
พวกเขาจะมีความพึงพอใจอย่างมากเมื่อเห็นเป้าหมายหลักที่ตั้งไว้บรรลุผล
4. คนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่มีโฟกัสที่ชัดเจน
พวก เขามีสมาธิจดจ่อกับการทำงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ พยายามทำโครงการสำคัญให้เสร็จสิ้นโดยไม่ผัดผ่อนจนนาทีสุดท้าย เป็นคนที่สามารถผลิตผลงานออกมาได้จริง มิใช่แค่ดูยุ่งตลอดเวลา
5. คนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่เรียนรู้ว่าจะทำอย่างไรให้งานเสร็จสิ้นลงได้
พวกเขามีความมุ่งมั่นที่จะทำงานหนัก และมีความรับผิดชอบในการทำงานให้สำเร็จโดยไม่วอกแวกหรือเสียสมาธิ
ข้อควรจำ ความสุขพึงมาจากการได้ทำงานและผลักดันให้งานนั่นประสบความสำเร็จ ไม่ใช่เกิดจากความรู้สึกเป็นเจ้าของโครงการนั้น ๆ
6. คนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่รับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง

พวกเขาไม่หาข้อแก้ตัวใด ๆ ไม่กล่าวโทษผู้อื่น ไม่โวยวายหรือพร่ำบ่นเมื่อมีความผิดพลาดเกิดขึ้น
7. คนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่มองหาทางออกให้กับปัญหา
พวกเขามองหาโอกาสใหม่ ๆ ตลอดเวลาและพยายามนำโอกาสนั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์
8. คนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่มีความสามารถในการตัดสินใจ
หลังจากศึกษาข้อมูลและองค์ประกอบอื่น ๆ อย่างถี่ถ้วนแล้ว พวกเขาจะตัดสินใจทันที
เคล็ด ลับสู่ความสำเร็จ เปลี่ยนวิธีการจัดการกับปัญหานั้นหากผลที่ได้ไม่เป็นไปตามคาด สิ่งที่ตัดสินใจไปแล้วไม่ใช่สิ่งที่สลักบนหินผา ดังนั้นย่อมเป็นสิ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
9. คนที่ประสบความสำเร็จคือคนทีมีความกล้าหาญในการยอมรับผิด
เมื่อคุณพลาด จงยอมรับ แก้ไขความผิดพลาดนั้น และก้าวต่อไป อย่าเสียเวลาหรือพลังงานมากมายในการพยายามปกป้องความผิด
ข้อ ควรจำ คนเรามักยอมรับกับตนเองในสิ่งที่พลาดไป และอาจจะยอมรับกับคนอื่นด้วยหากได้รับการปฏิบัติที่ดีและสุภาพ แต่เรามักจะมีปฏิกิริยาต่อต้านหากคนอื่นพยายามตอกย้ำความผิดพลาดนั้นต่อหน้า เรา
10. คนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่สามารถยืนได้ด้วยตนเอง
พวกเขามีทักษะ มีพรสวรรค์และได้รับการฝึกฝนอย่างดี
11. คนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่มีความรู้ ทักษะ หรือความสามารถพิเศษ
พวกเขารู้ในสิ่งที่ควรรู้เพื่อให้ตนเองประสบความสำเร็จ หากไม่มีข้อมูลหรือความรู้ใด พวกเขาจะมองหาคนที่มีสิ่งเหล่านี้
12. คนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้
พวก เขาเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี กล้าแสดงออกและมีความเป็นกันเอง เขามักจะเป็นศูนย์กลางของคนที่พร้อมจะให้ความช่วยเหลือและกำลังใจ ดังนั้น เขาจึงเป็นผู้นำ
13. คนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่มีความกระตือรือร้น
พวกเขามีไฟและกระตือรือร้นที่จะทำงานตลอดเวลา ซึ่งเป็นแรงดึงดูดให้ผู้คนอยากทำงานด้วย
14. คนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่ไม่เคยสาย

ความ สำเร็จก่อให้เกิดความกระตือรือร้น ความกระตือรือร้นนำไปสู่ความปรารถนาที่อยากจะทำงานให้เสร็จตรงตามเวลา คนที่ประสบความสำเร็จมักปรากฏตัวตรงเวลาและเคารพเวลาของผู้อื่น
15. คนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่รู้จักวางแผนการใช้เวลา
เวลา เป็นสิ่งมีค่า ดังนั้นคนที่ประสบความสำเร็จจึงรู้ว่าจะบริหารเวลาในแต่ละวันอย่างไรให้มี ประสิทธิภาพสูงสุด พวกเขาสามารถรักษาสมดุลระหว่างเวลาทำงาน เวลาที่มีให้กับครอบครัวและเพื่อนฝูง
ข้อควรจำ จะประสบความสำเร็จหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับใจเรา คุณต้องเชื่อก่อนว่าตัวคุณจะประสบความสำเร็จ คุณถึงจะทำได้จริง
ถามตัวคุณเองว่า “คุณชอบจะอยู่กับนิสัยสบาย ๆ ของคุณ หรือชอบผลสำเร็จที่หอมหวาน”

วันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ชื่องานวิจัย การพัฒนาแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การประยุกต์ของสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว โดยใช้เทคนิคการเรียนแบบร่วมมือ สำหรับนักเรียนชั้น

ชื่องานวิจัย การพัฒนาแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การประยุกต์ของสมการเชิงเส้น
ตัวแปรเดียว โดยใช้เทคนิคการเรียนแบบร่วมมือ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

ชื่อผู้วิจัย นางสาวสุพรรณ์ เมฆแสน

ปีที่วิจัย 2552
บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การประยุกต์ของสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว โดยใช้เทคนิคการเรียนแบบร่วมมือ ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80 / 80 ที่กำหนดไว้ เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนด้วยการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การประยุกต์ของสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว โดยใช้เทคนิค
การเรียนแบบร่วมมือ และศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียนด้วยการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การประยุกต์ของสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว โดยใช้เทคนิค
การเรียนแบบร่วมมือ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 / 1
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2552 โรงเรียนมัธยมป่ากลาง อำเภอปัว สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
น่าน เขต 2 จำนวน 1 ห้องเรียน คือชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 / 1 มีจำนวน 31 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การประยุกต์ของสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว โดยใช้เทคนิคการเรียน
แบบร่วมมือ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
เรื่อง การประยุกต์ของสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว แบบประเมินระดับความพึงพอใจของนักเรียน
ที่เรียนด้วยการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การประยุกต์ของสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว โดยใช้เทคนิคการเรียนแบบร่วมมือ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 สถิติที่ใช้
ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าคะแนนเฉลี่ยเลขคณิต ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ (E1 / E2) และสถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐาน
(t – test)
ผลการวิจัยพบว่า
1. การพัฒนาแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การประยุกต์ของสมการเชิงเส้น
ตัวแปรเดียว โดยใช้เทคนิคการเรียนแบบร่วมมือ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
โรงเรียนมัธยมป่ากลาง อำเภอปัว สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาน่าน เขต 2 ให้มีประสิทธิภาพ
ตามเกณฑ์ 80 / 80 พบว่ามีประสิทธิภาพ 89.20 / 84.19
2. นักเรียนที่เรียนด้วยแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การประยุกต์ของสมการเชิงเส้น
ตัวแปรเดียว โดยใช้เทคนิคการเรียนแบบร่วมมือ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
3. ผลการศึกษาระดับความพึงพอใจของนักเรียนต่อการเรียนด้วยการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การประยุกต์ของสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว โดยใช้เทคนิคการเรียนแบบร่วมมือ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีค่าเฉลี่ย 4.90 อยู่ในระดับพึงพอใจมากที่สุด

การพัฒนาแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การประยุกต์ของสมการเชิงเส้น ตัวแปรเดียว โดยใช้เทคนิคการเรียนแบบร่วมมือ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที

ชื่องานวิจัย การพัฒนาแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การประยุกต์ของสมการเชิงเส้น
ตัวแปรเดียว โดยใช้เทคนิคการเรียนแบบร่วมมือ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

ชื่อผู้วิจัย นางสาวสุพรรณ์ เมฆแสน

ปีที่วิจัย 2552
บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การประยุกต์ของสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว โดยใช้เทคนิคการเรียนแบบร่วมมือ ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80 / 80 ที่กำหนดไว้ เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนด้วยการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การประยุกต์ของสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว โดยใช้เทคนิค
การเรียนแบบร่วมมือ และศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียนด้วยการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การประยุกต์ของสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว โดยใช้เทคนิค
การเรียนแบบร่วมมือ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 / 1
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2552 โรงเรียนมัธยมป่ากลาง อำเภอปัว สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
น่าน เขต 2 จำนวน 1 ห้องเรียน คือชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 / 1 มีจำนวน 31 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การประยุกต์ของสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว โดยใช้เทคนิคการเรียน
แบบร่วมมือ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
เรื่อง การประยุกต์ของสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว แบบประเมินระดับความพึงพอใจของนักเรียน
ที่เรียนด้วยการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การประยุกต์ของสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว โดยใช้เทคนิคการเรียนแบบร่วมมือ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 สถิติที่ใช้
ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าคะแนนเฉลี่ยเลขคณิต ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ (E1 / E2) และสถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐาน
(t – test)
ผลการวิจัยพบว่า
1. การพัฒนาแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การประยุกต์ของสมการเชิงเส้น
ตัวแปรเดียว โดยใช้เทคนิคการเรียนแบบร่วมมือ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
โรงเรียนมัธยมป่ากลาง อำเภอปัว สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาน่าน เขต 2 ให้มีประสิทธิภาพ
ตามเกณฑ์ 80 / 80 พบว่ามีประสิทธิภาพ 89.20 / 84.19
2. นักเรียนที่เรียนด้วยแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การประยุกต์ของสมการเชิงเส้น
ตัวแปรเดียว โดยใช้เทคนิคการเรียนแบบร่วมมือ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
3. ผลการศึกษาระดับความพึงพอใจของนักเรียนต่อการเรียนด้วยการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การประยุกต์ของสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว โดยใช้เทคนิคการเรียนแบบร่วมมือ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีค่าเฉลี่ย 4.90 อยู่ในระดับพึงพอใจมากที่สุด